วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สถานการณ์ปัญหา และภาระกิจ บทที่ 5 คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้

บทที่ 5 คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้

สถานการณ์ปัญหา(Problem-based learning)

          โรงเรียนบ้านหนองใหญ่ได้รับการบริจาคห้องคอมพิวเตอร์ใหม่ หลังจากที่ได้มีโครงการผ้าป่าซื้อคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียน ซึ่ง ผอ.โรงเรียนจึงได้มีนโยบายให้ครูทุกระดับชั้นพัฒนาสื่อการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ หรือหากใครที่ยังไม่สามารถสร้างเองได้ก็ให้บูรณาการคอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอน และเปิดช่วงเวลาให้นักเรียนเข้ามาใช้คอมพิวเตอร์ได้ ผลจากการประเมินการใช้คอมพิวเตอร์ของโรงเรียนในปีที่ผ่านมาพบว่า ครูพัฒนาสื่อคอมพิวเตอร์ในลักษณะที่เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดและนำเสนอเนื้อหาการเรียนการสอนโดยตรงไปยังผู้เรียน โดยในบทเรียนคอมพิวเตอร์มีการทดสอบ การนำเสนอเนื้อหา การทดสอบหลังเรียน บทบาทผู้เรียนก็ยังเป็นเพียงแค่การท่องจำเนื้อหา ซึ่งไม่ส่งเสริมกระบวนการคิด

          ปัญหาอีกประการที่พบคือ เมื่อครูจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์ก็มักจะใช้เพื่อเล่นเกม ดูหนัง สนทนาออนไลน์ และ Social media โดยเฉพาะ facebook ซึ่งไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการแสวงหาและสร้างการเรียนรู้ของตนเอง


ภารกิจ

1. นักศึกษาจะมีแนวทางในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อแก้ปัญหาของโรงเรียนบ้านหนองใหญ่อย่างไร
2. บทบาทของการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้เป็นอย่างไร
3. ให้เสนอรูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ตามสาระการเรียนรู้ที่นักศึกษารับผิดชอบ


สรุปภารกิจ

         
ปัญหาของโรงเรียนบ้านหนองใหญ่ คือ ครูไม่สามารถพัฒนาสื่อการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ หรือบูรณาการคอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนได้ ซึ่งบทบาทผู้เรียนก็ยังเป็นเพียงแค่การท่องจำเนื้อหา ซึ่งไม่ส่งเสริมกระบวนการคิด

          ปัญหาอีกประการที่พบคือ ผู้เรียนเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์ก็มักจะใช้เพื่อเล่นเกม ดูหนัง สนทนาออนไลน์ และ Social media โดยเฉพาะ facebook ซึ่งไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการแสวงหาและสร้างการเรียนรู้ของตนเอง

แนวทางในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อแก้ปัญหาของโรงเรียนบ้านหนองใหญ่
          เนื่องจากครูไม่สามารถพัฒนาสื่อการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ หรือบูรณาการคอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนได้ ในโรงเรียนประถมศึกษา โดยทั่วไปครูจะมีคุณวุฒิตรงสาขาวิชาเอกน้อยมาก โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในต่างจังหวัด ข้อจำกัดคือไม่สามารถเลือกครูได้ตรงตามความต้องการของโรงเรียน จึงส่งผลถึงการจัดการเรียนการสอน หน้าที่ของโรงเรียนต้องดำเนินการ คือ พัฒนาให้ครูมีศักยภาพ สามารถทำงานสนองความต้องการของผู้เรียน   
     
1. พัฒนาให้ครูทุกคนมีความรู้พื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อใช้คอมพิวเตอร์จัดการเรียนการสอนได้

2. ครูที่จะเข้าทำหน้าที่ครูคอมพิวเตอร์ ต้องมีวิสัยทัศน์ มีความคิดกว้างไกล ทันเหตุการณ์ของโลก พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ให้รอบรู้และรู้รอบ ในเรื่องใหม่ ๆ ขยัน ทันสมัย ใจรัก สละเวลา

          เมื่อมีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสารสนเทศแล้วครูต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยนำผู้เรียนสู่การเรียนรู้ โดยการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction) มีบทบาทและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นการพัฒนาผู้เรียนอีกทางหนึ่ง รูปแบบที่โรงเรียนกำหนด โดยอาศัยประสบการณ์ ความรู้ แนวทางของมหาวิทยาลัยศิลปากรถ่ายทอด แนะนำ ให้โรงเรียนปรับประยุกต์ใช้ภายใต้บริบทของโรงเรียน
1.
 จัดการเรียนรู้ ตลอดเวลา เวลาใดก็สามารถเรียนรู้ได้ ระยะแรกเริ่มให้นักเรียนสามารถใช้ Computer สืบค้นหาความรู้จากห้องสมุด ซึ่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการระบบ Internet
2.
 เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ ทุกหนแห่ง”  นักเรียนสามารถเรียนรู้ร่วมกันจากสื่อต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ วีดิทัศน์ โทรทัศน์ CAI และอื่นๆ
3.
 การให้ทุกคน ได้เรียนรู้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพของตน ตั้งแต่ระดับอนุบาลเป็นต้นไป


         เมื่อ
ครูจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนเข้าไปใช้คอมพิวเตอร์ การใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้นั้นเป็นการเรียนรู้ในปัจจุบันที่แตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหมายความว่า ผู้เรียนมีโอกาส มีอิสระในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สร้างองค์ความรู้ สร้างทักษะด้วยตนเอง ครูเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็น ผู้ให้คำแนะนำ นอกจากนี้ทั้งครูและศิษย์สามารถเรียนรู้ไปพร้อมกันได้ การจัดการเรียนที่โรงเรียนดำเนินการได้ในขณะนี้

1. การสอนโดยใช้สื่อ CAI ช่วยสอนให้เกิดการเรียนรู้ตามความสนใจ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ วิชาภาษาไทย วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม หรือ สปช. วิชาภาษาอังกฤษ
2.
 ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักสืบค้นวิทยาการใหม่ ๆ จากอินเทอร์เน็ต จาก E-book จาก E-Library
3.
 ส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างเจตคติที่ดีในการเรียนและการค้นคว้าหาความรู้ โดยกำหนดให้ผู้เรียนได้เล่นเกมการศึกษา (Education Games ) ที่ผ่านการวิเคราะห์ของครูผู้รับผิดชอบว่าไม่เป็นพิษภัยต่อผู้เล่น และเป็นการสร้างเสริมความคิดสร้างสรรค์ที่ดีให้กับเด็ก
4.
 ใช้แผนการสอนแบบ ICT บูรณาการเรียนรู้ในสาระวิชาต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และ คอมพิวเตอร์
5.
 จัดระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการเรียนรู้
6.
 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดระบบและเผยแพร่ความรู้
7.
 จัดระบบข้อมูลสารสนเทศแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน และภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่น
8.
 พัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ในการจัดการเรียนรู้ของผู้สอน

         จากข้างต้นการนำเอาเทคโนโลยี เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน เป็นการเพิ่มพูน ประสิทธิภาพทางการเรียนรู้แก่ผู้เรียน และในสภาพปัจจุบันการเรียนการสอนก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ได้ ครูจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของตนเอง ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงต้องเรียนรู้เทคโนโลยีต่าง ๆ แล้ววิเคราะห์ความเป็นไปได้ ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้เหมาะสมกับสภาพของโรงเรียน ที่มีความพร้อมในระดับหนึ่ง ครูควรต้องพัฒนาตนเองเพื่อพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม และยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อนำพาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้ ดำรงตนอยู่ได้อย่างมีความสุข




บทบาทของการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้

           การศึกษา มีการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ เช่น การค้นหาข้อมูลข่าวสารความรู้ประกอบการเรียนการสอนจากอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ครู อาจารย์ยังใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอน เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เพื่อให้นักศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม หรือเพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่นักศึกษา ใช้คอมพิวเตอร์สอนภาษา นักเรียนอจจะใช้คอมพิวเตอร์เป็นครู หรือใช้คอมพิวเตอร์เป็นผู้ช่วย และครูอาจารย์อาจะใช้คอมพิวเตอร์เป็นผู้เรียน

         
การใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือทางปัญญา เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ประกอบด้วย 

1.
เครื่องมือค้นพบ (Discovery tools) เป็นเครื่องมือที่สนับสนุนการเสาะแสวงหาสารสนเทศ การค้นหาข้อมูล เพื่อนามาซึ่งการค้นพบสารสนเทศหรือ ความรู้ที่ต้องการ

2.
เครื่องมือสร้างความรู้ (Knowledge creation tools) เป็นเครื่องมือที่สนับสนุนการสร้างความรู้ของผู้เรียน ที่เกิดขึ้น ในความจาระยะสั้น (Short-term memory) 

3.
เครื่องมือการสื่อสาร (Communication tool) เป็นเครื่องมือที่ใช้สนับสนุนการสื่อสาร สนทนาแลกเปลี่ยน แนวความคิดระหว่างผู้เรียนด้วยกันเองและผู้สอน

การใช้คอมพิวเตอร์เป็นครู ให้ผู้เรียนได้รับกิจกรรม การทดสอบผู้เรียน ผลการประเมินการตอบสนองกำหนดกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียนกระทำตามบทเรียนเป็นลำดับขั้นของกิจกรรมการเรียนการสอน ผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนได้ 


การใช้คอมพิวเตอร์เป็นผู้ช่วย บทบาทของคอมพิวเตอร์ในฐานะเป็นเครื่องมือช่วยผู้เรียนในการทำงานประจำต่างๆเกี่ยวกับการเรียนและงานที่ครูมอบหมาย เช่น การทำรายงาน การคิดคำนวณ การสร้างผลงานกราฟิก เป็นต้น


การใช้คอมพิวเตอร์เป็นผู้เรียน เมื่อหน้าที่ของคอมพิวเตอร์คือผู้เรียน จากคอมพิวเตอร์เป็นตัวกำหนดกิจกรรมและวิธีการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทำตามกลายเป็นผู้เรียนเป็นผู้กำหนดวิธีการและกิจกรรมการเรียนรู้ให้คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์ตามแนวทางนี้ผู้เรียนจะต้องได้รับหรือมีทักษะด้านการจัดการ ทักษะด้านการคิดเชิงตรรกะ ทักษะด้านการแก้ปัญหา




รูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้

          
วิธีสอนโดยการใช้สื่อ   (Media) ที่หลากหลาย

            วิธีสอนโดยการใช้สื่อ คือ  กระบวนการที่ผู้สอนได้ใช้วัสดุ  เครื่องมือ  อุปกรณ์  การใช้คอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมสำเร็จรูป เช่น Protech Numsys โปรแกรม Protech Numsys คำนวณและแปลงเลขฐาน ตั้งแต่เลขฐาน 2 ถึง เลขฐาน 16 สำหรับใช้ประโยชน์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องแปลงเลขฐาน 10 ไปเป็น เลขฐานอื่น หรือแปลงจากเลขฐานอื่น มาเป็นเลขฐาน 10 พร้อมทั้งวิธีทำอย่างละเอียด เป็นต้น หรืออินเทอร์เน็ตที่มีความรู้เกี่ยวกับคณิตศาสตร์มากมาย เช่น เว็บ Math is Fun ที่มีทั้งบทเรียน ความรู้ แบบฝึกหัด แม้กระทั่งเกมส์การเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์อีกด้วย รวมทั้งวิธีการต่างๆ  เป็นตัวกลางในการสื่อความหมายใดๆ  เพื่อถ่ายทอดความรู้ไปสู่ผู้เรียนตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้

            เนื่องจากเนื้อหาสาระในวิชาคณิตศาสตร์ส่วนมากล้วนเป็นนามธรรม ยากต่อการเข้าใจ จึงจำเป็นต้องใช้สื่อมาช่วยให้เกิดความเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น มีการใช้แบบจำลองรูปเรขาคณิต  ใช้สิ่งของมาอธิบายในเรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร เป็นต้น

วัตถุประสงค์ของวิธีสอนโดยการใช้สื่อ
เป็นวิธีการที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้  ด้วยการทำสิ่งที่ซับซ้อนหรือเป็นนามธรรมเข้าใจยาก  ให้เป็นรูปธรรมที่เห็นภาพชัดเจนและเข้าใจง่าย  ช่วยทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและสามารถเรียนรู้ได้ในปริมาณที่มากขึ้น

ขั้นตอนการสอนโดยการใช้สื่อ

            การใช้สื่อการสอนนั้นอาจจะใช้เฉพาะขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการสอน  หรือจะใช้ในทุกขั้นตอนก็ได้  ดังนี้

1.  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
            - เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในเนื้อที่กำลังจะเรียน 
            - สื่อที่ใช้ในขั้นนี้ควรเป็นสื่อแสดงเนื้อหากว้างๆ  หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในครั้งก่อน เพื่อบอกให้ผู้เรียนทราบว่าในวันนี้จะเรียนเรื่องอะไร
-  ควรเป็นสื่อที่ง่ายต่อการนำเสนอในระยะเวลาอันสั้น  เช่น  ภาพ  บัตรคำ  บัตรปัญญา หรือ เกมส์การเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ เป็นต้น


2.  ขั้นดำเนินการสอน
            - เป็นขั้นที่จะให้ความรู้เนื้อหาอย่างละเอียด  เพื่อสนองวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 
            - ต้องเลือกสื่อให้ตรงกับเนื้อหาและวิธีการสอน  หรืออาจจะใช้สื่อประสมก็ได้ 
- ต้องมีการจัดลำดับขั้นตอนการใช้สื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกิจกรรมการเรียน 
- การใช้สื่อในขั้นนี้จะต้องให้ผู้เรียนได้รับความรู้นั้นอย่างละเอียดถูกต้องแล้วชัดเจนเช่น  แผนภูมิ  ภาพยนตร์  สไลด์  แผ่นโปร่งใส่  วีดิทัศน์  ชุดการเรียน เป็นต้น

3.  ขั้นฝึกปฏิบัติ
            - เป็นขั้นที่จะเพิ่มพูนประสบการณ์ตรงแก่ผู้เรียน  เพื่อให้ได้ทดลองนำความรู้ด้านทฤษฎี  หรือหลักการที่เรียนมาแล้วไปใช้แก้ปัญหาในขั้นฝึกหัดโดยลงมือปฏิบัติเอง 
- ควรเป็นสื่อที่เป็นประเด็นปัญหาให้ผู้เรียนได้ขบคิด  โดยผู้เรียนเป็นผู้ใช้สื่อเองให้มากที่สุด  เช่น  สมุดแบบฝึกหัด  ภาพ  บัตรปัญหา  แถบบันทึกเสียง  ชุดการเรียนรายบุคคล  ชุดฝึก  ชุดทดลอง  เป็นต้น

4.  ขั้นสรุปบทเรียน
            - เป็นขั้นที่จะย้ำเนื้อหา  บทเรียนให้ผู้เรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้องและตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ด้วย 
- สื่อที่ใช้สรุปจึงควรครอบคลุมเนื้อหาที่สำคัญทั้งหมดโดยย่อและใช้เวลาน้อย   เช่น แผนภูมิ  แผ่นโปร่งใส  เป็นต้น


ที่มา